วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บุคคลต่างชาติ

เซอร์ จอห์นเบาริ่ง



พระยาสยามานุกูลกิจ

เซอร์จอห์น เบาริ่ง (Sir. John Bowring, 17 ตุลาคม พ.ศ. 2335 – 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2415) เป็นราชทูตที่ได้รับการแต่งตั้งจาก สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย แห่งประเทศอังกฤษ เพื่อเข้ามาเจริญสัมพันธ์ทางพระราชไมตรีและเจรจาทำสนธิสัญญากับราชสำนักไทย ในปี พ.ศ. 2397 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในที่สุดก็มีการลงนามใน สนธิสัญญาเบาริง (Bowring treaty) เมื่อวันที่ 18 เมษายนปีเดียวกัน

สนธิสัญญาฉบับนี้มีผลให้สยามต้องเสียอำนาจอธิปไตยทางการศาลและมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต เกิดขึ้น แต่ก็ทำให้สยามรอดจากการตกเป็นอาณานิคมไปได้ สนธิสัญญาดังกล่าวทำให้เกิด การค้าเสรี ถือเป็นการสิ้นสุดของ การผูกขาดการค้าต่างประเทศ โดยพระคลังสินค้าของเจ้านายสยาม สนธิสัญญานี้มีผลใช้บังคับอยู่นานกว่า 70 ปี

เซอร์จอห์น เบาริ่ง เป็นทั้งเจ้าเมืองฮ่องกง (ถึง 9 ปีระหว่าง ค.ศ. 1848-57) เป็นพ่อค้า เป็นนักการทูต เป็นนักเศรษฐศาสตร์การเมือง เป็นนักการศาสนา เป็นนัก แต่งเพลงสวด เป็นกวี เป็นนักประพันธ์ เป็นบรรณาธิการ เป็นนักภาษาศาสตร์ (รู้ถึง 10 ภาษาหลักๆ ทั้งหมด ในยุโรป รวมทั้งภาษาจีน)




ตั้งแต่ เซอร์จอห์น เบาริ่ง เข้ามาถึงกรุงเทพฯ รัตนโกสินทร์ หรือที่ฝรั่งทั่วไปเรียกว่า Bangkok นั้น ท่านเซอร์ได้บันทึกรายวันเอาไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ถึงวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๓ เป็นเวลา ๑ เดือนเต็มๆ บันทึกนี้ มีสาระเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของสังคมตั้งแต่ในพระบรมมหาราชวัง พระบวรราชวังลงมาถึงขุนนาง ผู้คนระดับชาวบ้าน

ท้ายที่สุดสมัยปลายรัชกาลที่ 4 และต้นรัชกาลที่ 5 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตไทยประจำลอนดอน และยุโรป ถือได้ว่าเป็น “ตัวแทนประจำคนแรกของไทย” ก็ว่าได้ มีบรรดาศักดิ์เป็น “พระยา สยามมานุกูลกิจ สยามมิตรมหายศ” เบาว์ริงเกิด พ.ศ. 2335 (17 ตุลาคม 1792) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 ท่านมี อายุมากกว่าพระจอมเกล้า 12 ปี ท่านสิ้นชีวิต พ.ศ. 2415 (23 พฤศจิกายน 1872) เมื่ออายุ 80 ปี หรือ ภายหลังการสวรรคตของพระจอมเกล้าฯ 4 ปีนั่นเอง

บุคคลสำคัญของไทย


สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า หรือ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๐๕ เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) มีพระเชษฐา พระเชษฐภคินี พระกนิษฐภคินี และพระอนุชา ร่วมพระชนนีรวม ๕ พระองค์

ครั้งทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาวิชาหนังสือและวิชาการตามแบบอย่างราชนารีในราชสำนัก ทรงเฉลียวฉลาด และมีความจำเป็นเลิศ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ามีพระชนมายุเพียง ๖ พรรษา ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จึงเปลี่ยนเป็น พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เมื่อเจริญพระชันษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นพระภรรยาเจ้า ทรงสถาปนาขึ้นเป็น พระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระราชเทวี สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ามีพระราชโอรสธิดารวม ๘ พระองค์ ในฐานะพระราชมารดาของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระองค์แรก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระราชเทวี ต่อมาทรงสถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระฐานันดรศักดิ์เป็น สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ ทรงสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

ตลอดพระชนม์ชีพอันยืนนานของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงประสบความทุกข์โทมนัส อันเนื่องจากความพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักหลายครั้งหลายครา พระราชโอรสธิดาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ นับตั้งแต่การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงวิจิตรจิรประภา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๔ พระราชธิดาที่เพิ่งประสูติได้ ๓ วัน ยังไม่ทันได้รับพระราชทานพระนาม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน เมื่อพระชนมายุ ๑๗ พรรษา สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงเศร้าโศกพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง พระสุขภาพก็ทรุดลง ครั้นเมื่อพระสุขภาพเริ่มดีขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงศิราภรณ์โสภณ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ ก็สิ้นพระชนม์ ใน พ.ศ. ๒๔๔๑ และ พ.ศ. ๒๔๔๒ ตามลำดับ



พระราชนัดดา

เมื่อสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระราชโอรสธิดา ๓ พระองค์ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงชื่นชมโสมนัสในพระราชนัดดาเป็นอย่างยิ่งเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม



พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

พระราชกรณียกิจสำคัญสุดท้าย คือ ทรงเป็นประธานในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ




พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ วังสระปทุม รวมพระชนมายุ ๙๓ พรรษา พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙